Showing posts with label เรื่องน่ารู้. Show all posts
Showing posts with label เรื่องน่ารู้. Show all posts
1/08/2013
8/27/2008
เค้าเล่าว่า....
เค้าเล่าว่า....
- ผู้หญิงอ้วนมักจะนิสัยดี
- ผู้หญิงหน้าตาดีมักจะมีแฟนเป็นทอม
- ผู้หญิงน่ารักแฟนมักจะไม่หล่อ
- ผู้หญิงที่แฟนหล่อจำเป็นต้องรวย
- ผุ้หญิงอยากรวยต้องมีแฟนคราวพ่อ
- ผู้หญิงช่างจ้อมีแฟนมากมาย
- ผู้หญิงขี้อายมักเซ็กส์จัด
- ผู้หญิงอวบอัดมักทำศัลยกรรม

เค้าเล่าว่า....
- ผู้ชายนิสัยดีมักจะขี้เหร่
- ผู้ชายที่หล่อมักไม่สุภาพ
- ผู้ชายที่ทั้งหล่อ และสุภาพ มักเป็นเกย์
- ผู้ชายที่หล่อ สุภาพ และไม่ใช่เกย์ มักแต่งงานแล้ว
- ผู้ชายที่ไม่ค่อยหล่อ และนิสัยดี มักไม่มีสตางค์
- ผู้ชายที่หล่อ นิสัยดีและมีสตางค์มักจะคิดว่าเราเห็นแก่สตางค์ของเขา
- ผู้ชายที่หล่อ แต่ไม่มีสตางค์ มักจะเห็นแก่สตางค์ของเรา
- ผู้ชายที่หล่อและเป็นชายแท้ แต่นิสัยไม่ดี มักจะคิดว่าเราไม่สวยพอ
- ผู้ชายที่เห็นว่าเราสวย และเหมาะกับเขา มักเป็นคนขาดความมั่นใจ
- ผู้ชายที่หล่อ สุภาพ มีฐานะ และเป็นชายแท้ มักจะขี้อายและกลัวการเริ่มต้น
- ผู้ชายที่กลัวการเริ่มต้น มักเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงไม่สนใจ
เค้าเล่าว่า....
- ผู้หญิงเก่งมักชอบบงการ
- ผู้หญิงเก่งที่ไม่ชอบบงการ มักเสแสร้งเฉพาะช่วงแรกๆ
- ผู้หญิงสวยมักจะโง่ แต่ผู้หญิงโง่ๆ มักจะรวย
- ผู้หญิงที่ไม่โง่ และรวย มักไม่ยอมแต่งงาน
- ผู้หญิงที่ไม่โง่ ไม่รวย และไม่ยอมแต่งงาน มักชอบคนมีครอบครัวแล้ว
เค้าเล่าว่า....
- สมัยหนุ่มๆ ผู้ชายมักทุ่มเทเวลา ทำงานหนักจนลืมภรรยาสาว เพราะต้องการจะสร้างเนื้อสร้างตัว พอสร้างเนื้อสร้างตัวได้แล้ว เขาก็จะลืมภรรยาแก่ๆเพราะต้องการทุ่มเทเวลาให้กับอีหนูสาวๆ
เค้าเล่าว่า...
- ผู้ชายที่ขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง จนกว่าจะมีผู้หญิงสักคนมาเชื่อมั่นในตัวเขา หลังจากนั้น เขาก็จะเชื่อมั่นมากพอ จนกล้าทิ้งผู้หญิงคนนั้น เพื่อจะไปหาผู้หญิงคนใหม่ มาเชื่อมั่นในตัวเขาอีกครั้ง
เค้าเล่าว่า....
- ผู้หญิงที่ดีมีแฟนคนเดียว
- ผู้หญิงเก่ง คือผู้หญิงที่หาเงินได้มากกว่าสามี และเก็บไว้ใช้เองคนเดียว
- ผู้หญิงฉลาด คือผู้หญิงที่หาเงินได้น้อยกว่าสามี และเก็บเงินของสามีไว้ใช้คนเดียว
- ผู้หญิงอัจฉริยะ คือผู้หญิงที่หาเงินได้มากกว่าสามี ใช้เงินของสามี...และเก็บมรดกของสามีไว้ใช้คนเดียว
- ผู้หญิงยอดอัจฉริยะ คือผู้หญิงที่หาเงินได้มากกว่าสามี ใช้เงินของสามี เก็บมรดกสามีเอาไว้ แล้วเริ่มหาสามีใหม่

- ผู้หญิงอ้วนมักจะนิสัยดี
- ผู้หญิงหน้าตาดีมักจะมีแฟนเป็นทอม
- ผู้หญิงน่ารักแฟนมักจะไม่หล่อ
- ผู้หญิงที่แฟนหล่อจำเป็นต้องรวย
- ผุ้หญิงอยากรวยต้องมีแฟนคราวพ่อ
- ผู้หญิงช่างจ้อมีแฟนมากมาย
- ผู้หญิงขี้อายมักเซ็กส์จัด
- ผู้หญิงอวบอัดมักทำศัลยกรรม
เค้าเล่าว่า....
- ผู้ชายนิสัยดีมักจะขี้เหร่
- ผู้ชายที่หล่อมักไม่สุภาพ
- ผู้ชายที่ทั้งหล่อ และสุภาพ มักเป็นเกย์
- ผู้ชายที่หล่อ สุภาพ และไม่ใช่เกย์ มักแต่งงานแล้ว
- ผู้ชายที่ไม่ค่อยหล่อ และนิสัยดี มักไม่มีสตางค์
- ผู้ชายที่หล่อ นิสัยดีและมีสตางค์มักจะคิดว่าเราเห็นแก่สตางค์ของเขา
- ผู้ชายที่หล่อ แต่ไม่มีสตางค์ มักจะเห็นแก่สตางค์ของเรา
- ผู้ชายที่หล่อและเป็นชายแท้ แต่นิสัยไม่ดี มักจะคิดว่าเราไม่สวยพอ
- ผู้ชายที่เห็นว่าเราสวย และเหมาะกับเขา มักเป็นคนขาดความมั่นใจ
- ผู้ชายที่หล่อ สุภาพ มีฐานะ และเป็นชายแท้ มักจะขี้อายและกลัวการเริ่มต้น
- ผู้ชายที่กลัวการเริ่มต้น มักเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงไม่สนใจ
เค้าเล่าว่า....
- ผู้หญิงเก่งมักชอบบงการ
- ผู้หญิงเก่งที่ไม่ชอบบงการ มักเสแสร้งเฉพาะช่วงแรกๆ
- ผู้หญิงสวยมักจะโง่ แต่ผู้หญิงโง่ๆ มักจะรวย
- ผู้หญิงที่ไม่โง่ และรวย มักไม่ยอมแต่งงาน
- ผู้หญิงที่ไม่โง่ ไม่รวย และไม่ยอมแต่งงาน มักชอบคนมีครอบครัวแล้ว
เค้าเล่าว่า....
- สมัยหนุ่มๆ ผู้ชายมักทุ่มเทเวลา ทำงานหนักจนลืมภรรยาสาว เพราะต้องการจะสร้างเนื้อสร้างตัว พอสร้างเนื้อสร้างตัวได้แล้ว เขาก็จะลืมภรรยาแก่ๆเพราะต้องการทุ่มเทเวลาให้กับอีหนูสาวๆ
เค้าเล่าว่า...
- ผู้ชายที่ขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง จนกว่าจะมีผู้หญิงสักคนมาเชื่อมั่นในตัวเขา หลังจากนั้น เขาก็จะเชื่อมั่นมากพอ จนกล้าทิ้งผู้หญิงคนนั้น เพื่อจะไปหาผู้หญิงคนใหม่ มาเชื่อมั่นในตัวเขาอีกครั้ง
เค้าเล่าว่า....
- ผู้หญิงที่ดีมีแฟนคนเดียว
- ผู้หญิงเก่ง คือผู้หญิงที่หาเงินได้มากกว่าสามี และเก็บไว้ใช้เองคนเดียว
- ผู้หญิงฉลาด คือผู้หญิงที่หาเงินได้น้อยกว่าสามี และเก็บเงินของสามีไว้ใช้คนเดียว
- ผู้หญิงอัจฉริยะ คือผู้หญิงที่หาเงินได้มากกว่าสามี ใช้เงินของสามี...และเก็บมรดกของสามีไว้ใช้คนเดียว
- ผู้หญิงยอดอัจฉริยะ คือผู้หญิงที่หาเงินได้มากกว่าสามี ใช้เงินของสามี เก็บมรดกสามีเอาไว้ แล้วเริ่มหาสามีใหม่
Labels:
ข้อความดีๆ,
เรื่องน่ารู้
8/24/2008
9 เทคนิคฝึกสมองไบรท์
โดย วนิษา เรซ ผู้เชี่ยวชาญด้านอัจฉริยภาพจาก ม.ฮาร์วาร์ด
ผู้หญิงสมัยนี้ อยากสวย ฉลาด และสุขภาพดี ทุกคนจึงพากันดูแลรูปร่าง ด้วยการออกกำลังกายเคร่งครัด เรื่องอาหารการกิน แต่ไม่เคยมีใครสนใจว่าจะดูแลสมองอย่างไรให้มีสุขภาพดี ทั้งที่สมองเป็นอวัยวะที่ตัดสินใจทุกเรื่องของชีวิต เราจึงควรเอกเซอร์ไซส์สมองให้ไบรท์ด้วยเทคนิคง่าย ๆ ต่อไปนี้
1. จิบน้ำบ่อย ๆ (Drink water very often) สมองประกอบด้วยน้ำ 85 % เชลล์สมอง ก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง ถ้าไม่มีน้ำ ต้นไม้ก็เหี่ยว ถ้าไม่อยากให้เชลล์สมองเหี่ยว ซึ่งส่งผลให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออก แต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อย ๆ
2. กินไขมันดี (Enjoy good Omega 3) คนไม่ค่อยรู้ว่าสมองคือก้อนไขมัน ซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ แนะนำให้กินไขมันดีระหว่างวัน จำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วยปลาที่มีไขมันดีอย่าง ปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวม น้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดี ที่ทำให้เชลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซีกินแล้วสดชื่น
3. นั่งสมาธิวันละ 12 นาที (Meditation 12 min a day) หลังจากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติและนั่งสมาธิทุกเช้า วันละ 12 นาที เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Theta ซึ่งเป็นคลื่นที่ผ่อนคลายสุด ๆ ทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถจินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์ ( ถ้าทำไม่ได้ตอนเช้า ) ให้หัดทำก่อนนอนทุกวัน
4. ใส่ความตั้งใจ (Program the brain: have specific intention) การตั้งใจในสิ่งใดก็ตาม เหมือนการโปรแกรมสมองว่านี่คือสิ่งที่ต้องเกิด ระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรมเราให้ไปสู่เป้าหมายนั้น ทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่าง ๆ เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริงกับสิ่งที่คิดขึ้น ทั้งสองอย่างจึงเป็นเสมือนสิ่งเดียวกัน
5. หัวเราะและยิ้มบ่อย ๆ (Laugh and Smile) ทุกครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอ็นโดรฟินซึ่งเป็นสารแห่งความสุข หลั่งออกมาเท่ากับเป็นการกระตุ้น ให้มีความอยากรักและหวังดีต่อคนอื่นไปเรื่อยๆ
6. เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน (Learn new thing everyday) สิ่งใหม่ในที่นี้หมายถึง สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารร้านใหม่ ๆ รู้จักเพื่อนใหม่ อ่านหนังสือเล่มใหม่ คุยกับเพื่อนร่วมงานและเรียนรู้วิธีการทำงานของเขา เป็นต้น เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ทำให้สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟิน และโดปามีน ซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และ สร้างสรรค์ ไปเรื่อย ๆ เมื่อมีความสุขก็ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์
7. ให้อภัยตัวเองทุกวัน (Forgive yourself, reduce brain stress) ขณะที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง ทำให้เปลืองพลังงานสมอง การให้อภัยตัวเอง เป็นการลดภาระของสมอง
8. เขียนบันทึก Graceful Journal (Write graceful journal, good things in life every day) ฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เช่น ขอบคุณที่มี ครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพที่ดี ขอบคุณที่มีอาชีพที่ทำให้มีความสุข เป็นต้น เพราะการเขียนเรื่องดี ๆ ทำให้สมองคิดเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ช่วยให้หลับฝันดี ตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย มีความคิดสร้างสรรค์
9. ฝึกหายใจลึก ๆ (Deep breath) สมองใช้ออกชิเจน 20 25 % ของออกชิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึก ๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกชิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนาน ๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยึดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยายใหญ่ สามารถหายใจเอาออกชิเจนเข้าปอดได้เพิ่มขึ้นอีก 20 % การมีสมองที่ดีก็เหมือนทักษะทุกอย่างในโลกที่เรียนรู้ได้ แต่จะเก่งหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน ถ้าเราดูแลและฝึกฝนสมองให้ดี คุณภาพชีวิตก็จะดีตาม
ผู้หญิงสมัยนี้ อยากสวย ฉลาด และสุขภาพดี ทุกคนจึงพากันดูแลรูปร่าง ด้วยการออกกำลังกายเคร่งครัด เรื่องอาหารการกิน แต่ไม่เคยมีใครสนใจว่าจะดูแลสมองอย่างไรให้มีสุขภาพดี ทั้งที่สมองเป็นอวัยวะที่ตัดสินใจทุกเรื่องของชีวิต เราจึงควรเอกเซอร์ไซส์สมองให้ไบรท์ด้วยเทคนิคง่าย ๆ ต่อไปนี้
1. จิบน้ำบ่อย ๆ (Drink water very often) สมองประกอบด้วยน้ำ 85 % เชลล์สมอง ก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง ถ้าไม่มีน้ำ ต้นไม้ก็เหี่ยว ถ้าไม่อยากให้เชลล์สมองเหี่ยว ซึ่งส่งผลให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออก แต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อย ๆ
2. กินไขมันดี (Enjoy good Omega 3) คนไม่ค่อยรู้ว่าสมองคือก้อนไขมัน ซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ แนะนำให้กินไขมันดีระหว่างวัน จำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วยปลาที่มีไขมันดีอย่าง ปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวม น้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดี ที่ทำให้เชลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซีกินแล้วสดชื่น
3. นั่งสมาธิวันละ 12 นาที (Meditation 12 min a day) หลังจากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติและนั่งสมาธิทุกเช้า วันละ 12 นาที เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Theta ซึ่งเป็นคลื่นที่ผ่อนคลายสุด ๆ ทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถจินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์ ( ถ้าทำไม่ได้ตอนเช้า ) ให้หัดทำก่อนนอนทุกวัน
4. ใส่ความตั้งใจ (Program the brain: have specific intention) การตั้งใจในสิ่งใดก็ตาม เหมือนการโปรแกรมสมองว่านี่คือสิ่งที่ต้องเกิด ระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรมเราให้ไปสู่เป้าหมายนั้น ทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่าง ๆ เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริงกับสิ่งที่คิดขึ้น ทั้งสองอย่างจึงเป็นเสมือนสิ่งเดียวกัน
5. หัวเราะและยิ้มบ่อย ๆ (Laugh and Smile) ทุกครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอ็นโดรฟินซึ่งเป็นสารแห่งความสุข หลั่งออกมาเท่ากับเป็นการกระตุ้น ให้มีความอยากรักและหวังดีต่อคนอื่นไปเรื่อยๆ
6. เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน (Learn new thing everyday) สิ่งใหม่ในที่นี้หมายถึง สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารร้านใหม่ ๆ รู้จักเพื่อนใหม่ อ่านหนังสือเล่มใหม่ คุยกับเพื่อนร่วมงานและเรียนรู้วิธีการทำงานของเขา เป็นต้น เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ทำให้สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟิน และโดปามีน ซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และ สร้างสรรค์ ไปเรื่อย ๆ เมื่อมีความสุขก็ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์
7. ให้อภัยตัวเองทุกวัน (Forgive yourself, reduce brain stress) ขณะที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง ทำให้เปลืองพลังงานสมอง การให้อภัยตัวเอง เป็นการลดภาระของสมอง
8. เขียนบันทึก Graceful Journal (Write graceful journal, good things in life every day) ฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เช่น ขอบคุณที่มี ครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพที่ดี ขอบคุณที่มีอาชีพที่ทำให้มีความสุข เป็นต้น เพราะการเขียนเรื่องดี ๆ ทำให้สมองคิดเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ช่วยให้หลับฝันดี ตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย มีความคิดสร้างสรรค์
9. ฝึกหายใจลึก ๆ (Deep breath) สมองใช้ออกชิเจน 20 25 % ของออกชิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึก ๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกชิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนาน ๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยึดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยายใหญ่ สามารถหายใจเอาออกชิเจนเข้าปอดได้เพิ่มขึ้นอีก 20 % การมีสมองที่ดีก็เหมือนทักษะทุกอย่างในโลกที่เรียนรู้ได้ แต่จะเก่งหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน ถ้าเราดูแลและฝึกฝนสมองให้ดี คุณภาพชีวิตก็จะดีตาม
Labels:
ข้อความดีๆ,
เรื่องน่ารู้
ข้อดีดีของสุรา
1.ทำให้พระมีเรื่องเทศน์ สาธุ๊.........................
2. ทำให้กล้าแสดงออก กล้าพูดกล้าทำ แสดงออกซึ่งเสรีภาพในการพูดสมดังเป็นประเทศประชาธิปไตย
(บางรายอาจหนักถึงขั้นกล้าถอดกางเกงในที่สาธารณชน)
3. ทำให้ทุกคนเท่าเทียมกัน สามารถคุยกับทุกคนได้ ไม่มีการแบ่งชนชั้นกัน
4. ทำให้กล้าโทรหาแฟนเก่า หรือคนที่เรารัก
5. ทำให้โถส้วมมีประโยชน์มากกว่าที่เป็น เอาไว้ลองอ้วกได้อีกด้วย (เมาแล้วอ้วกนี่เค้าเรียก
"อ่อน" ป่าวอ่ะ)
6. ขวดเหล้าใช้ฆ่าคนได้ ทุบให้แตกแล้วแทงมันเลย
8. ทำให้มุกแป้กๆ กลายเป็นเรื่องฮาได้ตลอด
9. เป็นมุกเก่าๆให้คนเขียนบทละครได้ใช้ตลอด พระเอกได้นางเอก หรือพระเอกได้กะกระเทยก็เพราะเหล้านี่ล่ะ
10. เหล้าทำให้เห็นความรักอันสูงยิ่งที่เพื่อนมีต่อคุณ ยอมตายแทนกันได้
แต่เฉพาะเวลากินเหล้าเท่านั้นล่ะ
11. ทำให้ผู้ผลิตโซดา โค้ก น้ำแข็ง ทำกำไรได้มากขึ้น
12. ทำให้ตำรวจมีงานทำ ตั้งด่านตรวจเมาแล้วขับ
13. ทำให้บางคนเกิดในวงการ เช่น ไอ้ฤทธิ์กินแบล็ค เป็นต้น
14. ทำให้เกิดการรณรงค์ที่ดีหลายอย่าง เช่น เมาไม่ขับ (เลยออกจากร้านมันตอนหกโมงเช้าเลยกลัวเจอด่าน อิอิ
)
15. ทำให้ประชากรไม่ล้นโลก
16. เหล้าและเบียร์ทำให้ได้ดูบอลโลกฟรี เพราะเงินที่เราซื้อนี่แหละเอาไปซื้อลิขสิทธิ์บอลโลกให้เราดู
17. ทำให้นอนหลับสนิทสุดๆ
18. ทำให้กล้าทำอะไรบ้าๆบอๆ โดยไม่กลัวขายขี้หน้า เพราะตื่นมาเราจะจำอารายไม่ได้
19. ทำให้มีแฟน หรืออาจเลิกกับแฟนได้ในคืนเดียว
20. ทำให้สิ่งที่กิน บรรดากับแกล้มทั้งหมด ไม่ต้องรอออกทางก้น ไม่ลำบากกระเพาะกับลำไส้
21.ทำให้ทุกคนดูหน้าตาดีกว่าธรรมดา 2 เท่า เพราะเมาตาลาย เจอสาวก็สวยหมดทุกคนอ่ะ
22. ทำให้ศีลครบ 5 ข้อ
23. ทำให้หมาข้างถนนมีเพื่อนมากขึ้น
24. ทำให้รู้สึกรวยกว่าเดิมในตอนนั้น และจะจนกว่าเดิมในวันรุ่งขึ้น ( หาบิลๆๆๆๆ เอาไปเบิกบริษัท )
25. ทำให้ได้ทดสอบความสามารถในการปีนรั้วเข้าบ้าน โดยไม่ทำให้มาม่าหก
26. ทำให้อู่สี มีรายได้ประจำ
2. ทำให้กล้าแสดงออก กล้าพูดกล้าทำ แสดงออกซึ่งเสรีภาพในการพูดสมดังเป็นประเทศประชาธิปไตย
(บางรายอาจหนักถึงขั้นกล้าถอดกางเกงในที่สาธารณชน)
3. ทำให้ทุกคนเท่าเทียมกัน สามารถคุยกับทุกคนได้ ไม่มีการแบ่งชนชั้นกัน
4. ทำให้กล้าโทรหาแฟนเก่า หรือคนที่เรารัก
5. ทำให้โถส้วมมีประโยชน์มากกว่าที่เป็น เอาไว้ลองอ้วกได้อีกด้วย (เมาแล้วอ้วกนี่เค้าเรียก
"อ่อน" ป่าวอ่ะ)
6. ขวดเหล้าใช้ฆ่าคนได้ ทุบให้แตกแล้วแทงมันเลย
8. ทำให้มุกแป้กๆ กลายเป็นเรื่องฮาได้ตลอด
9. เป็นมุกเก่าๆให้คนเขียนบทละครได้ใช้ตลอด พระเอกได้นางเอก หรือพระเอกได้กะกระเทยก็เพราะเหล้านี่ล่ะ
10. เหล้าทำให้เห็นความรักอันสูงยิ่งที่เพื่อนมีต่อคุณ ยอมตายแทนกันได้
แต่เฉพาะเวลากินเหล้าเท่านั้นล่ะ
11. ทำให้ผู้ผลิตโซดา โค้ก น้ำแข็ง ทำกำไรได้มากขึ้น
12. ทำให้ตำรวจมีงานทำ ตั้งด่านตรวจเมาแล้วขับ
13. ทำให้บางคนเกิดในวงการ เช่น ไอ้ฤทธิ์กินแบล็ค เป็นต้น
14. ทำให้เกิดการรณรงค์ที่ดีหลายอย่าง เช่น เมาไม่ขับ (เลยออกจากร้านมันตอนหกโมงเช้าเลยกลัวเจอด่าน อิอิ
)
15. ทำให้ประชากรไม่ล้นโลก
16. เหล้าและเบียร์ทำให้ได้ดูบอลโลกฟรี เพราะเงินที่เราซื้อนี่แหละเอาไปซื้อลิขสิทธิ์บอลโลกให้เราดู
17. ทำให้นอนหลับสนิทสุดๆ
18. ทำให้กล้าทำอะไรบ้าๆบอๆ โดยไม่กลัวขายขี้หน้า เพราะตื่นมาเราจะจำอารายไม่ได้
19. ทำให้มีแฟน หรืออาจเลิกกับแฟนได้ในคืนเดียว
20. ทำให้สิ่งที่กิน บรรดากับแกล้มทั้งหมด ไม่ต้องรอออกทางก้น ไม่ลำบากกระเพาะกับลำไส้
21.ทำให้ทุกคนดูหน้าตาดีกว่าธรรมดา 2 เท่า เพราะเมาตาลาย เจอสาวก็สวยหมดทุกคนอ่ะ
22. ทำให้ศีลครบ 5 ข้อ
23. ทำให้หมาข้างถนนมีเพื่อนมากขึ้น
24. ทำให้รู้สึกรวยกว่าเดิมในตอนนั้น และจะจนกว่าเดิมในวันรุ่งขึ้น ( หาบิลๆๆๆๆ เอาไปเบิกบริษัท )
25. ทำให้ได้ทดสอบความสามารถในการปีนรั้วเข้าบ้าน โดยไม่ทำให้มาม่าหก
26. ทำให้อู่สี มีรายได้ประจำ
Labels:
ข้อความดีๆ,
เรื่องน่ารู้
70 เรื่องจริง...รึจะเถียง..
01. ประวัติศาสตร์มักซ้ำรอยเสมอ
02. หน้าหม้อ ไม่ได้แปลว่า จีบหญิงเก่ง คนจีบหญิงเก่งแล้วไม่โม้ก็มีถมไป
03. คนต่างชาติมาเมืองไทยเพื่อสักการะวัดพระแก้ว คนไทยไปยุโรปเพื่อไปสักการะร้าน GUCCI
04. คำว่า “จู๋” กะ “จิ๋ม” ไม่ได้เป็นคำหยาบ …สามารถพูดได้ในสถานการณ์ที่เหมาะสม
05. ซื้อคอมใหม่ดีกว่า upgrade คอม เพราะไม่เกินครึ่งปี คุณก็จะเบื่อคอมเครื่องนั้นอยู่ดี
06. คนเราเปิด dictionary แล้วเราก็ลืมคำคำนั้นไป
07. ช่างกลนิสัยดีก็มี …แต่น้อย
08. ความอยากได้ของถูก ทำให้เราซื้อของราคาแพง
09. เราเรียกมันว่าน้ำหอม… แต่ฉีดมากก็เหม็น
10. ยุคนี้แล้ว พกแผ่น diskette เปล่าติดตัวไว้สักแผ่นนึงไม่ใช่เรื่องเสียหาย
11. วัยรุ่นบางคนไม่อายที่จะเต้นท่าแปลกๆใน RCA แต่อายที่จะต้องซื้อถุงยางในร้าน 7-11 ที่อยู่แถวๆนั้น
12. “ประเทศกำลังพัฒนา” เป็นคำปลอบใจให้ประเทศที่ยังไม่พัฒนา
13. คนไทยหลายคนรู้จักตึก WTC ก็ตั้งแต่ตอนที่มันถล่มนี่แหละ
14. ข้อดีข้อเดียวของคนที่เลวสุดขั้วคือ มันทำให้เราดูดีขึ้นเมื่อไปเทียบกะมัน
15. อย่าตั้งความหวังว่าจะไปซื้ออะไรที่จตุจักร ให้ไปเดินดูของก่อนและค่อยนึกว่าจะซื้ออะไร
16. อย่าหลงกลไอ้พวก “โป๊มั้ยพี่” ที่โซนหนังสือจตุจักรเด็ดขาด ราคาสินค้าของมันซื้อแผ่น vcd ที่พันธุ์ทิพย์ได้ครึ่งโหล
17. ทุกวันนี้ เราหาซื้อ VCD ได้ง่ายกว่า VDO แล้ว
18. บางครั้งมิตรภาพในอินเตอร์เนทมันก็ยั่งยืนมากกว่ามิตรภาพในโลกความจริง
19. อย่าคิดจะหาแฟนในเนทเพราะคิดว่าเขาจะหล่อ หรือ เธอจะสวย
20. ข้อมูลที่คุณอยากรู้ มีอยู่ในอินเตอร์เนททั้งนั้นแหละ แต่คุณจะ search หามันเจอรึเปล่าเท่านั้นเอง
21. ถ้าคุณไม่โปรจริง … คุณจะไม่เจอเว็บโป๊ที่ไม่ต้องเสียตังค์
22. เครื่องคอมมันก็ระเบิดได้…
23. ผู้หญิงบางคนพูดคำหยาบมากกว่าผู้ชายอีกนะ …
24. บางอัลบั้ม …เพลงหน้า B เพราะกว่าหน้า A
25. อาหารในโรงแรมรสชาติมักไม่เอาไหน …
26. หนังฟอร์มยักษ์จะไม่สมบูรณ์ ถ้าไม่มีคนที่เรียกว่า “ตัวประกอบ”
27. และแน่นอนว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ PC ราคา 50000 บาทจะไม่มีค่าอะไร ถ้าคุณไม่ได้ซื้อเม้าส์กะคีย์บอร์ดราคา 500 บาทมาด้วย
28. แม่ค้าดีๆเขาไม่เอากระดาษมาปิดตาชั่งด้านนึงหรอก
29. หมามันก็ละเมอเหมือนเราน่ะแหละ
30. คารมเป็นต่อ รูปหล่อเป็นเกย์ !!!
31. คนไทย copy ทุกอย่างที่ญี่ปุ่นบอกว่า “copy ไม่ได้” …
32. อาหารไทยเป็นอาหารที่อร่อยที่สุดในโลก!!!!
33. อย่ารีบซื้ออัลบั้มเพลง RS รออีก 2 เดือนมันจะออกอัลบั้มขอบคุณแฟนเพลงเปลี่ยนปก พร้อม 2 เพลงใหม่
34. พนักงานร้านเซเว่นจะไม่ถามคุณว่า “รับhotdogทานเพิ่มมั้ยคะ” ถ้าคุณซื้อถุงยาง…
35. นอนตื่นสายไม่ได้ทำให้เราหายง่วง
36. นักวิจารณ์หนังไม่ใช่พระเจ้า …อย่าไปเชื่อมัน
37. ฝรั่งหลายคนรู้จักเมืองไทยเพราะสถานที่ที่เรียกว่า “พัฒน์พงษ์”
38. ดาราบางคนดังได้เพราะเธอกลัวส้มตำ
39. คนบางคนเต็มใจซื้อดอกไม้วันวาเลนไทน์ให้แฟนราคา 2500 บาท แต่อิดออดใจที่จะซื้อดอกมะลิแค่ 10 บาทให้แม่ตอนวันแม่
40. หัดใช้ hot key เวลาเล่นคอมบ้าง อย่าใช้เม้าส์อย่างเดียว
41. เราน่าจะเพิ่มความเร็วให้บันไดเลื่อน เพราะทุกวันนี้มีคนเดินบนบันไดเลื่อนเต็มไปหมด
42. อย่าเอาอะไรกับการ์ตูนมากเลย เขาสร้างขึ้นมาเพื่อ entertain” เรานะ
43. หน้าปกหนังสือวรรณกรรมต่างประเทศมักมีเพียงชื่อเรื่องและชื่อคนแต่ง แต่ถ้ามันถูกแปลเป็นภาษาไทย มันจะมีทั้งคำนิยมของบุคคลผู้มีชื่อเสียง ราคาและคำชวนเชื่อทั้งหลาย (harry potter เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน)
44. สารภาพมาซะ … คุณเคยฉี่ในสระว่ายน้ำ
45. เราไม่จำเป็นต้องขำตามเสียงหัวเราะ เวลาเราดู sitcom ใน UBC Series
46. คนผิวดำก็สวยและ sexy ได้
47. ถึงไอ้ร้าน MK มันจะแพงแค่ไหน …เราก็เห็นคนนับร้อยต่อแถวรอกิน
48. สินค้า “MADE IN THAILAND” หลายอย่าง หาซื้อในประเทศไทยไม่ได้
49. ตั้งแต่เกิดมา ปากกาผ่านมือมานับร้อยด้าม แต่ใช้จนหมึกหมดด้ามไม่เกิน 20 ด้าม
50. รถเมล์ที่เราจะขึ้นมันจะไม่โผล่มาตอนที่เราต้องการหรอก แต่ถ้าวันไหนไม่อยากขึ้นนะ …วิ่งกันเต็มถนนเลย
51. จะมีสักกี่คนเชียวที่ใช้ function มือถือของตัวเองครบ”ทั้งหมด”
52. เศรษฐีบางคนใช้ PCT…แต่ salary man บางคนใช้ nokia 8850 (ที่ผ่อน 24 เดือน)
53. ก่อนสั่งอาหารไทยชื่อแปลกๆ ลองถามบ๋อยก่อนว่าหน้าตามันเป็นยังไง
54. บางครั้งคำปลอบใจก็ยิ่งทำให้เจ็บปวด
55. ความสุขกับความทุกข์มักมาด้วยกัน เพียงแต่อันไหนจะมาถึงก่อนแค่นั้นเอง
56. อเมริกาไม่ใช่ประเทศที่ประเสริฐเหมือนพระเจ้า จะไปศรัทธาเขาทำไม
57. หนังสือคอมส่วนใหญ่มักจะแพงเกินเหตุ
58. …แถมอ่านไม่ค่อยจะรู้เรื่องอีกต่างหาก
59. ไม่ว่าคอมคุณจะเร็วสักเท่าไร ไม่เกินปีมันก็จะต้องเป็นคอมตกรุ่นอย่างเลี่ยงไม่ได้
60. ผู้หญิงที่หน้าเหมือน “นังชะนีทะเล” ในสายตาเรา อาจจะเป็น “นางฟ้า” ในสายตาเพื่อนเราบางคน…
61. การเล่นพนันจะทำให้เราได้เพื่อนและศัตรูเพิ่มขึ้นพร้อมๆกัน
62. บางครั้งเทคโนโลยีมักจะทำให้เราลำบากขึ้นกว่าเดิม
63. นักบุญของนักเล่นเนทคือคนทำเว็บแจกภาพโป๊ฟรี!!!
64. ไอติมโบราณ กาแฟโบราณ ก๋วยเตี๋ยวโบราณ ฯลฯ … มันก็คือของกินธรรมดานั่นแหละ
65. สักวันนึง…กระแสการกินเจคงจะบูมจนแมคโดนัลด์หันมาทำ happy meal เจ หลังจากมี แมคส้มตำแล้ว
66. ขณะที่เรากำลังละเลียดจิบเบียร์ที่ลานหน้า WTC …มีขอทานบางคนแถวนั้นกำลังจะหนาวตาย…
67. ขอสาบาน …ไอติมกะทิไผ่ทองถ้วยละ 10 บาทอร่อยกว่าไอติมฮาเก้น ดาซ ลูกละ 88 บาท
68. กะเทยมักให้คำปรึกษาด้านความรักได้ดี …เพราะมันเข้าใจทั้งชายและหญิง
69. บางคนจำวันเกิดเพื่อนได้ครึ่งห้อง แต่จำวันเกิดพ่อแม่ 2 คนไม่ได้
70. ร่างกายที่เข้มแข็งมักมาทดแทนจิตใจอันบอบบา
02. หน้าหม้อ ไม่ได้แปลว่า จีบหญิงเก่ง คนจีบหญิงเก่งแล้วไม่โม้ก็มีถมไป
03. คนต่างชาติมาเมืองไทยเพื่อสักการะวัดพระแก้ว คนไทยไปยุโรปเพื่อไปสักการะร้าน GUCCI
04. คำว่า “จู๋” กะ “จิ๋ม” ไม่ได้เป็นคำหยาบ …สามารถพูดได้ในสถานการณ์ที่เหมาะสม
05. ซื้อคอมใหม่ดีกว่า upgrade คอม เพราะไม่เกินครึ่งปี คุณก็จะเบื่อคอมเครื่องนั้นอยู่ดี
06. คนเราเปิด dictionary แล้วเราก็ลืมคำคำนั้นไป
07. ช่างกลนิสัยดีก็มี …แต่น้อย
08. ความอยากได้ของถูก ทำให้เราซื้อของราคาแพง
09. เราเรียกมันว่าน้ำหอม… แต่ฉีดมากก็เหม็น
10. ยุคนี้แล้ว พกแผ่น diskette เปล่าติดตัวไว้สักแผ่นนึงไม่ใช่เรื่องเสียหาย
11. วัยรุ่นบางคนไม่อายที่จะเต้นท่าแปลกๆใน RCA แต่อายที่จะต้องซื้อถุงยางในร้าน 7-11 ที่อยู่แถวๆนั้น
12. “ประเทศกำลังพัฒนา” เป็นคำปลอบใจให้ประเทศที่ยังไม่พัฒนา
13. คนไทยหลายคนรู้จักตึก WTC ก็ตั้งแต่ตอนที่มันถล่มนี่แหละ
14. ข้อดีข้อเดียวของคนที่เลวสุดขั้วคือ มันทำให้เราดูดีขึ้นเมื่อไปเทียบกะมัน
15. อย่าตั้งความหวังว่าจะไปซื้ออะไรที่จตุจักร ให้ไปเดินดูของก่อนและค่อยนึกว่าจะซื้ออะไร
16. อย่าหลงกลไอ้พวก “โป๊มั้ยพี่” ที่โซนหนังสือจตุจักรเด็ดขาด ราคาสินค้าของมันซื้อแผ่น vcd ที่พันธุ์ทิพย์ได้ครึ่งโหล
17. ทุกวันนี้ เราหาซื้อ VCD ได้ง่ายกว่า VDO แล้ว
18. บางครั้งมิตรภาพในอินเตอร์เนทมันก็ยั่งยืนมากกว่ามิตรภาพในโลกความจริง
19. อย่าคิดจะหาแฟนในเนทเพราะคิดว่าเขาจะหล่อ หรือ เธอจะสวย
20. ข้อมูลที่คุณอยากรู้ มีอยู่ในอินเตอร์เนททั้งนั้นแหละ แต่คุณจะ search หามันเจอรึเปล่าเท่านั้นเอง
21. ถ้าคุณไม่โปรจริง … คุณจะไม่เจอเว็บโป๊ที่ไม่ต้องเสียตังค์
22. เครื่องคอมมันก็ระเบิดได้…
23. ผู้หญิงบางคนพูดคำหยาบมากกว่าผู้ชายอีกนะ …
24. บางอัลบั้ม …เพลงหน้า B เพราะกว่าหน้า A
25. อาหารในโรงแรมรสชาติมักไม่เอาไหน …
26. หนังฟอร์มยักษ์จะไม่สมบูรณ์ ถ้าไม่มีคนที่เรียกว่า “ตัวประกอบ”
27. และแน่นอนว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ PC ราคา 50000 บาทจะไม่มีค่าอะไร ถ้าคุณไม่ได้ซื้อเม้าส์กะคีย์บอร์ดราคา 500 บาทมาด้วย
28. แม่ค้าดีๆเขาไม่เอากระดาษมาปิดตาชั่งด้านนึงหรอก
29. หมามันก็ละเมอเหมือนเราน่ะแหละ
30. คารมเป็นต่อ รูปหล่อเป็นเกย์ !!!
31. คนไทย copy ทุกอย่างที่ญี่ปุ่นบอกว่า “copy ไม่ได้” …
32. อาหารไทยเป็นอาหารที่อร่อยที่สุดในโลก!!!!
33. อย่ารีบซื้ออัลบั้มเพลง RS รออีก 2 เดือนมันจะออกอัลบั้มขอบคุณแฟนเพลงเปลี่ยนปก พร้อม 2 เพลงใหม่
34. พนักงานร้านเซเว่นจะไม่ถามคุณว่า “รับhotdogทานเพิ่มมั้ยคะ” ถ้าคุณซื้อถุงยาง…
35. นอนตื่นสายไม่ได้ทำให้เราหายง่วง
36. นักวิจารณ์หนังไม่ใช่พระเจ้า …อย่าไปเชื่อมัน
37. ฝรั่งหลายคนรู้จักเมืองไทยเพราะสถานที่ที่เรียกว่า “พัฒน์พงษ์”
38. ดาราบางคนดังได้เพราะเธอกลัวส้มตำ
39. คนบางคนเต็มใจซื้อดอกไม้วันวาเลนไทน์ให้แฟนราคา 2500 บาท แต่อิดออดใจที่จะซื้อดอกมะลิแค่ 10 บาทให้แม่ตอนวันแม่
40. หัดใช้ hot key เวลาเล่นคอมบ้าง อย่าใช้เม้าส์อย่างเดียว
41. เราน่าจะเพิ่มความเร็วให้บันไดเลื่อน เพราะทุกวันนี้มีคนเดินบนบันไดเลื่อนเต็มไปหมด
42. อย่าเอาอะไรกับการ์ตูนมากเลย เขาสร้างขึ้นมาเพื่อ entertain” เรานะ
43. หน้าปกหนังสือวรรณกรรมต่างประเทศมักมีเพียงชื่อเรื่องและชื่อคนแต่ง แต่ถ้ามันถูกแปลเป็นภาษาไทย มันจะมีทั้งคำนิยมของบุคคลผู้มีชื่อเสียง ราคาและคำชวนเชื่อทั้งหลาย (harry potter เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน)
44. สารภาพมาซะ … คุณเคยฉี่ในสระว่ายน้ำ
45. เราไม่จำเป็นต้องขำตามเสียงหัวเราะ เวลาเราดู sitcom ใน UBC Series
46. คนผิวดำก็สวยและ sexy ได้
47. ถึงไอ้ร้าน MK มันจะแพงแค่ไหน …เราก็เห็นคนนับร้อยต่อแถวรอกิน
48. สินค้า “MADE IN THAILAND” หลายอย่าง หาซื้อในประเทศไทยไม่ได้
49. ตั้งแต่เกิดมา ปากกาผ่านมือมานับร้อยด้าม แต่ใช้จนหมึกหมดด้ามไม่เกิน 20 ด้าม
50. รถเมล์ที่เราจะขึ้นมันจะไม่โผล่มาตอนที่เราต้องการหรอก แต่ถ้าวันไหนไม่อยากขึ้นนะ …วิ่งกันเต็มถนนเลย
51. จะมีสักกี่คนเชียวที่ใช้ function มือถือของตัวเองครบ”ทั้งหมด”
52. เศรษฐีบางคนใช้ PCT…แต่ salary man บางคนใช้ nokia 8850 (ที่ผ่อน 24 เดือน)
53. ก่อนสั่งอาหารไทยชื่อแปลกๆ ลองถามบ๋อยก่อนว่าหน้าตามันเป็นยังไง
54. บางครั้งคำปลอบใจก็ยิ่งทำให้เจ็บปวด
55. ความสุขกับความทุกข์มักมาด้วยกัน เพียงแต่อันไหนจะมาถึงก่อนแค่นั้นเอง
56. อเมริกาไม่ใช่ประเทศที่ประเสริฐเหมือนพระเจ้า จะไปศรัทธาเขาทำไม
57. หนังสือคอมส่วนใหญ่มักจะแพงเกินเหตุ
58. …แถมอ่านไม่ค่อยจะรู้เรื่องอีกต่างหาก
59. ไม่ว่าคอมคุณจะเร็วสักเท่าไร ไม่เกินปีมันก็จะต้องเป็นคอมตกรุ่นอย่างเลี่ยงไม่ได้
60. ผู้หญิงที่หน้าเหมือน “นังชะนีทะเล” ในสายตาเรา อาจจะเป็น “นางฟ้า” ในสายตาเพื่อนเราบางคน…
61. การเล่นพนันจะทำให้เราได้เพื่อนและศัตรูเพิ่มขึ้นพร้อมๆกัน
62. บางครั้งเทคโนโลยีมักจะทำให้เราลำบากขึ้นกว่าเดิม
63. นักบุญของนักเล่นเนทคือคนทำเว็บแจกภาพโป๊ฟรี!!!
64. ไอติมโบราณ กาแฟโบราณ ก๋วยเตี๋ยวโบราณ ฯลฯ … มันก็คือของกินธรรมดานั่นแหละ
65. สักวันนึง…กระแสการกินเจคงจะบูมจนแมคโดนัลด์หันมาทำ happy meal เจ หลังจากมี แมคส้มตำแล้ว
66. ขณะที่เรากำลังละเลียดจิบเบียร์ที่ลานหน้า WTC …มีขอทานบางคนแถวนั้นกำลังจะหนาวตาย…
67. ขอสาบาน …ไอติมกะทิไผ่ทองถ้วยละ 10 บาทอร่อยกว่าไอติมฮาเก้น ดาซ ลูกละ 88 บาท
68. กะเทยมักให้คำปรึกษาด้านความรักได้ดี …เพราะมันเข้าใจทั้งชายและหญิง
69. บางคนจำวันเกิดเพื่อนได้ครึ่งห้อง แต่จำวันเกิดพ่อแม่ 2 คนไม่ได้
70. ร่างกายที่เข้มแข็งมักมาทดแทนจิตใจอันบอบบา
Labels:
ข้อความดีๆ,
เรื่องน่ารู้
12/14/2007
ไดเอท แต่ไม่อด

ไดเอท แต่ไม่อด
คุณสาวๆขา เราจะมัวมาทำร้ายตัวเองอยู่ทำไม เพราะจริงๆแล้ว การกินที่ถูกหลักช่วยให้คุณห่างไกลโรคร้ายได้ ไม่ว่ามะเร็ง เบาหวาน ความดัน แถมรูปร่างผิวพรรณก็ยังดูดี ฉะนั้นถึงเวลาแล้วที่เราต้องแบ่งเวลาให้สุขภาพบ้าง วันนี้เรามีเทคนิคการดูแลจำกัดอาหารแบบง่ายๆและได้ผลมาฝาก
กินอย่างไรให้น้ำหนักลดสัก 5 กิโล
1. กินผักเยอะๆช่วยให้อิ่มเร็ว เลี่ยงอาหารที่มีน้ำมัน กินอาหารที่ระบุว่าไขมันต่ำ
2. กินให้ครบ 3 มื้อ แต่ละมื้อต้องอิ่ม เพื่อว่าจะได้ไม่หิวบ่อย งดการกินจุบกินจิบหรือกินสิ่งที่ไม่ควรกินในภายหลัง อย่างเช่น พวกสแน็คของหวาน ช็อกโกแลต เค้ก ฯลฯ
3. กินนม โยเกิร์ต ปลาตัวเล็ก เพื่อให้ได้แคลเซียมไปบำรุงกระดูก
4. อย่าอดอาหารมื้อเช้าเด็ดขาด เพราะนอกจากทำให้คุณเฉื่อยชา สมองไม่ทำงานเพราะขาดสารอาหารแล้ว ยังทำให้คุณหิวจัดและกินอย่างไม่บันยะบันยังในมื้ออื่นๆ
5. กินอาหารที่มีพริกไทย เครื่องเทศ เพื่อช่วยกระตุ้นระบบการย่อยและเผาผลาญไขมัน
6. กินผลไม้อย่างน้อย 2-3 ชนิดในแต่ละวัน
7. ดื่มน้ำผลไม้สดและน้ำเปล่าเท่าที่จะมากได้
หมายเหตุ ออกกำลังกายอย่างน้อยอาทิตย์ละ 4 ครั้ง ครั้งละ 15-30 นาที เพื่อกระชับกล้ามเนื้อไม่ให้หย่อนยาน ทำให้ผิวตึงด้วย
กินอย่างไรให้ไกลมะเร็ง
1. กินอาหารที่มีไขมันน้อย ไม่เกิน 20 เปอร์เซ็นต์ของอาหารที่คุณกินเข้าไปในแต่ละวัน
2. กินอาหารที่มีกากและเส้นใยเยอะๆ เช่น ผัก ผลไม้ เพื่อช่วยระบบขับถ่าย นอกจากนี้ในผักผลไม้ยังอุดมไปด้วยแอนติออกซิแดนท์ ซึ่งเป็นตัวต้านการเกิดมะเร็งร้ายนั่นเอง
3. เลี่ยงจากกาแฟไปดื่มชาเขียวชาดำจะดีกว่า เพราะในชาจะมีแอนติออกซิแดนท์สูง นอกจากนี้ยังมีกาเฟอีนน้อยกว่ากาแฟอีกด้วย
4. เลี่ยงแอลกอฮอล์
5. กินถั่วเหลืองเยอะๆ เช่น น้ำเต้าหู้ เต้าเจี้ยว อาหารเหล่านี้มีสารต้านมะเร็ง
6. กินข้าวซ้อมมือบ้างในแต่ละอาทิตย์ เพื่อร่างกายจะได้รับวิตามินและแร่ธาตุ
หมายเหตุ การกินผักสดดีกว่าผักสุก จะให้วิตามินสูงกว่า ผักสีเหลืองๆส้มๆ อย่างแครอท ฟักทอง ข้าวโพด มีแอนติออกซิแดนท์สูง ผลไม้ที่ไม่ควรขาดคือ องุ่นแดง สตอร์เบอร์รี่ กล้วย มะละกอ และส้ม
กินอย่างไรให้มีพลังงาน
1. กินโปรตีนให้มากกว่าคาร์โบไฮเดรตเพราะคาร์โบไฮเดรตจะทำให้ง่วงนอน แม้ว่าจะกระตุ้นให้เกิดกำลังวังชาในระยะแรกก็ตามในขณะที่โปรตีนจะให้พลังงานได้นานกว่า
2. เลี่ยงกาแฟแม้จะช่วยให้คุณตื่นตัว เพราะถ้าคุณดื่มมากเกินไป จะทำให้คุณปัสสาวะถี่ กระเพาะปัสสาวะต้องทำงานหนักขึ้น
3. ดื่มน้ำเยอะๆ เพราะความอ่อนเพลียของร่างกาย สาเหตุแรกก็คือ เกิดจากร่างกายขาดน้ำ
4. กินอาหารให้ครบ 3 มื้อ มีผักผลไม้สดรวมอยู่ด้วย
5. ลดเครื่องดื่มที่เป็นน้ำอัดลม เพราะมีแคลอรี่สูง ให้ดื่มน้ำผลไม้แทน งดแอลกอฮอล์เพราะเป็นตัวทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลด ซึ่งจะทำให้พลังงานลดลงด้วย
6. ในแต่ละมื้ออย่ากินจนอิ่มเกินไป เพราะจะทำให้เลือดไปอยู่ที่ระบบการย่อย แทนที่จะมาเลี้ยงสมอง
หมายเหตุ หากคุณรู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย ให้ออกกำลังกาย เพราะมันจะช่วยให้คุณกระฉับกระเฉง มีพลังงานมากขึ้น แถมหลับสบายอีกต่าง
ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.myhomeveg.com
คุณสาวๆขา เราจะมัวมาทำร้ายตัวเองอยู่ทำไม เพราะจริงๆแล้ว การกินที่ถูกหลักช่วยให้คุณห่างไกลโรคร้ายได้ ไม่ว่ามะเร็ง เบาหวาน ความดัน แถมรูปร่างผิวพรรณก็ยังดูดี ฉะนั้นถึงเวลาแล้วที่เราต้องแบ่งเวลาให้สุขภาพบ้าง วันนี้เรามีเทคนิคการดูแลจำกัดอาหารแบบง่ายๆและได้ผลมาฝาก
กินอย่างไรให้น้ำหนักลดสัก 5 กิโล
1. กินผักเยอะๆช่วยให้อิ่มเร็ว เลี่ยงอาหารที่มีน้ำมัน กินอาหารที่ระบุว่าไขมันต่ำ
2. กินให้ครบ 3 มื้อ แต่ละมื้อต้องอิ่ม เพื่อว่าจะได้ไม่หิวบ่อย งดการกินจุบกินจิบหรือกินสิ่งที่ไม่ควรกินในภายหลัง อย่างเช่น พวกสแน็คของหวาน ช็อกโกแลต เค้ก ฯลฯ
3. กินนม โยเกิร์ต ปลาตัวเล็ก เพื่อให้ได้แคลเซียมไปบำรุงกระดูก
4. อย่าอดอาหารมื้อเช้าเด็ดขาด เพราะนอกจากทำให้คุณเฉื่อยชา สมองไม่ทำงานเพราะขาดสารอาหารแล้ว ยังทำให้คุณหิวจัดและกินอย่างไม่บันยะบันยังในมื้ออื่นๆ
5. กินอาหารที่มีพริกไทย เครื่องเทศ เพื่อช่วยกระตุ้นระบบการย่อยและเผาผลาญไขมัน
6. กินผลไม้อย่างน้อย 2-3 ชนิดในแต่ละวัน
7. ดื่มน้ำผลไม้สดและน้ำเปล่าเท่าที่จะมากได้
หมายเหตุ ออกกำลังกายอย่างน้อยอาทิตย์ละ 4 ครั้ง ครั้งละ 15-30 นาที เพื่อกระชับกล้ามเนื้อไม่ให้หย่อนยาน ทำให้ผิวตึงด้วย
กินอย่างไรให้ไกลมะเร็ง
1. กินอาหารที่มีไขมันน้อย ไม่เกิน 20 เปอร์เซ็นต์ของอาหารที่คุณกินเข้าไปในแต่ละวัน
2. กินอาหารที่มีกากและเส้นใยเยอะๆ เช่น ผัก ผลไม้ เพื่อช่วยระบบขับถ่าย นอกจากนี้ในผักผลไม้ยังอุดมไปด้วยแอนติออกซิแดนท์ ซึ่งเป็นตัวต้านการเกิดมะเร็งร้ายนั่นเอง
3. เลี่ยงจากกาแฟไปดื่มชาเขียวชาดำจะดีกว่า เพราะในชาจะมีแอนติออกซิแดนท์สูง นอกจากนี้ยังมีกาเฟอีนน้อยกว่ากาแฟอีกด้วย
4. เลี่ยงแอลกอฮอล์
5. กินถั่วเหลืองเยอะๆ เช่น น้ำเต้าหู้ เต้าเจี้ยว อาหารเหล่านี้มีสารต้านมะเร็ง
6. กินข้าวซ้อมมือบ้างในแต่ละอาทิตย์ เพื่อร่างกายจะได้รับวิตามินและแร่ธาตุ
หมายเหตุ การกินผักสดดีกว่าผักสุก จะให้วิตามินสูงกว่า ผักสีเหลืองๆส้มๆ อย่างแครอท ฟักทอง ข้าวโพด มีแอนติออกซิแดนท์สูง ผลไม้ที่ไม่ควรขาดคือ องุ่นแดง สตอร์เบอร์รี่ กล้วย มะละกอ และส้ม
กินอย่างไรให้มีพลังงาน
1. กินโปรตีนให้มากกว่าคาร์โบไฮเดรตเพราะคาร์โบไฮเดรตจะทำให้ง่วงนอน แม้ว่าจะกระตุ้นให้เกิดกำลังวังชาในระยะแรกก็ตามในขณะที่โปรตีนจะให้พลังงานได้นานกว่า
2. เลี่ยงกาแฟแม้จะช่วยให้คุณตื่นตัว เพราะถ้าคุณดื่มมากเกินไป จะทำให้คุณปัสสาวะถี่ กระเพาะปัสสาวะต้องทำงานหนักขึ้น
3. ดื่มน้ำเยอะๆ เพราะความอ่อนเพลียของร่างกาย สาเหตุแรกก็คือ เกิดจากร่างกายขาดน้ำ
4. กินอาหารให้ครบ 3 มื้อ มีผักผลไม้สดรวมอยู่ด้วย
5. ลดเครื่องดื่มที่เป็นน้ำอัดลม เพราะมีแคลอรี่สูง ให้ดื่มน้ำผลไม้แทน งดแอลกอฮอล์เพราะเป็นตัวทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลด ซึ่งจะทำให้พลังงานลดลงด้วย
6. ในแต่ละมื้ออย่ากินจนอิ่มเกินไป เพราะจะทำให้เลือดไปอยู่ที่ระบบการย่อย แทนที่จะมาเลี้ยงสมอง
หมายเหตุ หากคุณรู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย ให้ออกกำลังกาย เพราะมันจะช่วยให้คุณกระฉับกระเฉง มีพลังงานมากขึ้น แถมหลับสบายอีกต่าง
ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.myhomeveg.com
Labels:
เรื่องน่ารู้

